|
|
|
 |
[ แสดงกระทู้ทั้งหมด ]
ผลการแข่งขันหมากรุกไทย ชิงแชมป์ประเทศไทย รอบคัดเลือกภาคเหนือแข่งขันที่ จ.ชียงใหม่ จัดโดย กรมพลศึกษา ประจำปี 2553
|
ความคิดเห็นที่ : 112
ขอสรุประบบการให้คะแนนในระบบสวิส ให้ทุกคนได้ทราบอีกครั้ง กล่าวคือ
การให้คะแนนหลัก(major)ตามผลการแข่งขันครั้งนั้น ๆ คือ ชนะได้ 1 คะแนน เสมอ .5 คะแนน แพ้ 0 คะแนน
หากกรณีที่มีคะแนนเท่ากันให้คิดคะแนนรอง(minor)ซึ่งจะจัดแบบคะแนน Tie-Break จะมีกรรมการตัดสินสำเร็จรูป
7 ท่านอันได้แก่ Progress ,Buchholz,Berger,Brightwell,Number of win, Rating sum และ Median
Buchholz กรรมการเหล่านี้แต่ละท่านก็มีแนวความคิดการให้คะแนนนักกีฬาแต่ละคนแต่ละรอบแตกต่างกันออกไป
จะใช้กรรมการเหล่านี้กี่ตัวก็ล้วนแล้วอธิบายถึงที่มาที่ไปของวิธีการแนวความคิดยาก ถ้าจะศึกษากันจริง ๆ
ก็ไม่ยากหากเกิดกรณีคะแนนเท่ากันผู้จัดการง้ดออกมาอธิบายเป็นฉาก ๆ ว่ารอบที่ 1 ก ได้คะแนนเท่าไร ข
ได้คะแนนเท่าไร ด้วยเหตุผลอะไร(ห้าม บุ๊ยใบ้ว่ากรุงเทพเขาใช้แบบนี้ ทั่วโลกเขาใช้อย่างนี้
แบบนี้ไม่มีเหตุผลนะครับ) การใช้คะแนนเหล่านี้ก็เพียงกดชนะ,แพ้หรือเสมอให้กับนักกีฬาคนนั้น
กรรมการเหล่าก็เงี่ยหูฟังแถมกรรมการพวกนี้ยังตาบอดอีกมองไม่หรอกว่า ก ชนะ ข
อย่างไรแล้วก็ให้คะแนนไปตามแนวความคิดของกรรมการเอง ผมจึงเรียกกรรมการเหล่าว่า กรรมการใบ้
ด้วยเหตุอันสลับซับซ้อนผู้จัดการแข่งเองจึงไม่สามารถบรรยายได้อย่างถูกต้อง
จึงทำให้เกิดปัญหาที่เป็นข้อกังขาของนักกีฬา,ผู้ปกครองและผู้ชม
มีน้อยคนอาจบรรยายถึงที่มาที่ไปของการให้คะแนนของกรรมการใบ้เหล่านี้
แต่นั่นแหละถ้าต้องการใช้กรรมการใบ้ต่อไป
ก็ควรบรรยายถึงที่มาที่ไปวิธีคิดวิธีการให้คะแนนติดประกาศไว้ก่อนแข่งขันอาจจะลดข้อกังขาหรือข้อสัยหากเกิ
ดกรณีที่มีคะแนนเท่ากันก็จะชี้แจงได้อย่างถูกต้อง
ใน Tie-Break นี้ก็ยังมีกรรมการอีกท่านหนึ่งคือ Minor scores
ซึ่งเป็นกรรมการที่อนุญาตให้ผู้จัดการแข่งขันได้สรรหาความสามารถรอง(Minor)ของนักกีฬามาเป็นเครื่องตัดสิน
เมื่อมีคะแนนเท่ากันก็พิจารณาความสามารถรองลงไปหากใครดีกว่ากันก็เป็นผู้ชนะไป ปัจจุบันนิยมใช้ 2
แบบ(แนวความคิด) ได้แก่ หากการแข่งขันไม่มีเวลาก็ใช้การคิด Minor scores แบบก้าวหน้า กล่าวคือ
ในรอบลึก ๆ นักกีฬาแต่ละคนต้องเจอคนเก่งขึ้นเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นการให้คะแนน Minor scores
มากขึ้นเรื่อย ๆ
-รอบที่ 1 ชนะได้ 3 คะแนนเสมอ 1 คะแนน แพ้ 0 คะแนน
-รอบที่ 2 ชนะได้ 5 คะแนนเสมอ 2 คะแนน แพ้ 0 คะแนน
-รอบที่ 3 ชนะได้ 7 คะแนนเสมอ 3 คะแนน แพ้ 0 คะแนน
-รอบที่ 4 ชนะได้ 9 คะแนนเสมอ 4 คะแนน แพ้ 0 คะแนน
-รอบที่ 5 ชนะได้ 11คะแนนเสมอ 5 คะแนนแพ้ 0 คะแนน
หากการแข่งขันมีฬาฬิกาจับเวลาก็ใช้เวลาในการคิดคะแนน Minor scores สมมติว่าให้เวลานักกีฬาในการแข่งขัน
30 นาที ก หยุดเวลาที่ 15 นาที ข หยุดเวลาที่ 20 นาที วิธีคิดคะแนน ดังนี้
-ก ได้คะแนน Minor scores = 30-15 = 15 คะแนน
-ข ได้คะแนน Minor scores = 30-20 = 10 คะแนน
ทำอย่างนี้ทุกคนทุกรอบก็จะได้คะแนนที่มาจากความสามารถรองลงไปของนักกีฬา หากแข่งจบ 5
รอบนักกีฬาที่มีคะแนน Major เท่ากันก็มาตัดสินด้วยคะแนน Minor scores
ซึ่งสามารถอธิบายได้ทุกคนทุกรอบอย่างหมดกังขา นักกีฬา,ผู้ปกครอง,คนดูเขาก็ยอมรับได้ ก็ไม่เกิดปัญหา
ข้อดีของการใช้ Minor scores อีกประการหนึ่งคือจะสามารถเปลี่ยนระบบการให้คะแนนหลัก(Major)
เป็นเหมือนระบบฟุตบอลก้ได้คือ ชนะได้ 3 คะแนน เสมอได้ 1 คะแนน แพ้ได้ 0 คะแนน
ซึ่งรายการใดที่ใช้การคิดคะแนนก็ไร้กังวนที่จะมีคนกังขา
ผมเองก็พูดมามากแล้วขอจบเพียงแค่นี้ครับ จากสิงห์เคอาร์ |
โดย : สิงห์เคอาร์   - เบอร์ติดต่อ : 0870692008 - [ 29/08/2010, 16:43:46 ] |
|
| |
E-mail: webmaster@thaibg.com
Power by SiamHosting.com |
Copyright 2002-2013@www.ThaiBG.com (Thailand), All Rights Reserved |
|
|
| |
|